ในการทำธุรกิจร่วมทุน ซื้อขายที่ดิน หรือการลงทุนที่มีมูลค่าสูง “สัญญา” คือเกราะป้องกันทางกฎหมายตัวเดียวที่คุณมี แต่น่าประหลาดใจที่นักธุรกิจหลายคนกลับเลือกประหยัดงบโดยการดาวน์โหลด “สัญญาแบบร่างสำเร็จรูป” จากอินเทอร์เน็ตมาใช้ ซึ่งมักหละหลวมและนำไปสู่การถูกเอาเปรียบเมื่อเกิดข้อพิพาทครับ
Due Diligence — ตรวจสอบคู่สัญญาก่อนเซ็น
การทำสัญญาที่ปลอดภัยต้องเริ่มจากการตรวจสอบสถานะของคู่สัญญาก่อนเสมอ ว่าบริษัทนั้นมีตัวตนจริงหรือไม่ ทุนจดทะเบียนเท่าไหร่ ใครคือผู้มีอำนาจลงนามที่แท้จริง และที่สำคัญคือมีประวัติถูกฟ้องร้องล้มละลายหรือไม่ครับ
เนื้อหาสัญญาที่ขาดไม่ได้
สัญญาที่ดีต้องระบุวัตถุประสงค์ชัดเจน มีกำหนดระยะเวลาและเงื่อนไขการชำระเงินที่วัดผลได้ และที่ขาดไม่ได้เลยคือ “ข้อกำหนดเรื่องการผิดสัญญาและเบี้ยปรับ” เพื่อให้มีผลบังคับใช้ในการเรียกร้องค่าเสียหายได้ทันทีเมื่ออีกฝ่ายตุกติกครับ
เบี้ยปรับสูงเกินไป ศาลปรับลดได้
การกำหนดเบี้ยปรับไว้สูงลิ่วเกินความเป็นจริง ศาลมีอำนาจปรับลดลงให้เหมาะสมได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 383 ดังนั้นเบี้ยปรับต้องอยู่บนพื้นฐานความเสียหายจริง และควรระบุศาลที่มีเขตอำนาจพิจารณาคดีไว้ด้วย การให้ทนายความช่วยร่างและตรวจสอบสัญญาก่อนจรดปากกาเซ็น จึงเปรียบเสมือนการซื้อประกันความเสี่ยงที่คุ้มค่าที่สุดครับ