โลกของการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นโลกแห่งนวัตกรรมที่ไร้พรมแดน แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นพื้นที่ที่แฝงอาชญากรไซเบอร์รูปแบบใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์หลอกลวงให้ร่วมลงทุน (Scam) Romance Scam หรือการเปิดโปรเจกต์ระดมทุนแล้วหอบเงินหนี (Rug Pull) คำถามที่นักลงทุนมักกังวลคือ “กฎหมายไทยเอาผิดคดีคริปโทฯ ไม่ได้ใช่หรือไม่?” ครับ
กฎหมายไทยรับรองสินทรัพย์ดิจิทัลแล้ว
คำตอบคือ “สามารถฟ้องร้องดำเนินคดีได้แน่นอนครับ” ปัจจุบันศาลไทยรับรองแล้วว่าสินทรัพย์ดิจิทัล ไม่ว่าจะเป็น Bitcoin, USDT หรือ Altcoins อื่นๆ ถือเป็นทรัพย์สินที่มีมูลค่า หากถูกหลอกลวงให้โอนเหรียญไปยัง Wallet ของมิจฉาชีพ ผู้กระทำผิดมีความผิดฐาน “ฉ้อโกง” ตาม ป.อ. มาตรา 341 ประกอบ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ครับ
Blockchain Tracing — แกะรอยเส้นทางเงิน
ความท้าทายของคดีอาชญากรรมคริปโทฯ ไม่ได้อยู่ที่ข้อกฎหมาย แต่อยู่ที่ “การสืบพยานหลักฐาน” ทนายความต้องมีความรู้ด้าน Blockchain เพื่อทำกระบวนการ Blockchain Tracing แกะรอยเส้นทางการโอนเหรียญผ่าน Transaction ID (TxID) และประสานงานกับ บช.สอท. เพื่อออกหมายเรียกข้อมูลจากกระดานเทรด (Exchange) เพื่อระบุตัวตน (KYC) ของผู้กระทำผิดครับ
สิ่งที่ต้องเก็บรวบรวมทันที
หากคุณตกเป็นเหยื่อ ควรรีบเก็บรวบรวม Hash/TxID และประวัติการสนทนาทั้งหมดไว้ทันที เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นในการแกะรอยทางกฎหมาย ยิ่งเก็บหลักฐานได้ครบเร็วเท่าไหร่ โอกาสในการติดตามทรัพย์คืนก็ยิ่งสูงขึ้นครับ